Your Cart

คิดว่าสิ่งที่ควรทำไม่ใช่การแอนตี้ ai

ต่อเรื่อง AI นิดนึงลองคิดดูซิว่าถ้าใครๆก็สามารถ generate ผลงานโดยใช้ลายเส้นของ alphonse mucha ได้หรือเอาส่วนหนึ่งของผลงานมาพัฒนาเป็นอะไรก็ตามที่ขยายสโคปออกไปไกลอีกเท่ากับว่านำงานของเขามาพัฒนาไม่ให้มันตายไปกับผลงานเก่าๆของเขาและกลายเป็นอดีตมันจะดีแค่ไหนถ้าหากอดีตกลับมารุ่งเรืองกลับมาดีอีกครั้งจะดีแค่ไหนถ้าหากทุกคนไม่ต้องกังวลเรื่องของการใช้ทักษะในการสร้างผลงานแล้วใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เต็มที่


เราลองมองในแง่ที่เราไม่เสียผลประโยชน์แล้วได้ผลประโยชน์จากมันดูแล้วลองคิดถึงจิตใจคนที่ไม่วาดรูปว่าเขาจะรู้สึกยังไงแค่ตอนนี้แก้ไขปัญหาเรื่อง consent ไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีนี้มันใช้ไม่ได้และควรแอนตี้มันแต่เราเคารพความคิดเห็นของทุกคนที่แอนตี้เทคโนโลยีนี้และเราคิดว่ามันเป็นฟรีวิวเราแค่คิดว่าถ้าหากมุมมองของสิ่งนี้เป็น zero sum game มุมมองที่ไม่มีใครเสียผลประโยชน์เลยจากสิ่งนี้นั่นก็คือปัญหามันอยู่ที่เราไม่ควรแอนตี้ ai แต่เราควรแก้ปัญหาเรื่อง consent มากกว่าเพราะการแอนตี้มันก็เท่ากับการสนับสนุนการมีอยู่ของมันในอีกรูปแบบหนึ่งเพราะเท่ากับว่าทำให้คนวงกว้างรู้จักมันมากขึ้นในอีกแบบหนึ่ง


ส่วนศิลปินถ้ามองในแง่ของที่ว่าเราจะสู้ AI ได้ยังไงข้อแรกคือเราอย่ามัวไปมองว่าเราจะสู้กับมันแล้วเราจะเอาชนะมัน AI เปรียบเสมือนโทยะอากิระนั่นก็คือเปรียบเสมือนผู้เล่นที่เก่งแล้วมาถึงก็เก่งกว่าเราเลยโดยที่เราไม่เห็นกระบวนการฝึกของเขาเพราะถูกป้อนข้อมูลมาเยอะมากและมันไม่มีสมองมันเลยไม่ต้องคิดแบบมนุษย์นั่นก็คือลงมือทำอย่างเดียวใช้ทักษะอย่างเดียวสิ่งที่มนุษย์จะสู้ได้ก็คือความคิดสร้างสรรค์นั่นก็คือเราควรใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำผลงานมากขึ้น เราคิดว่าการที่คน anti AI ทำให้เรามีมุมมองอีกอย่างกับ AI ไปเลยเราเห็นคนที่ไม่วาดรูปตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจและมาลองกับเทคโนโลยีนี้บางคนถึงขั้นเขียน comic และมันจะดีแค่ไหนถ้าทุกคนสร้างสรรค์โดยไม่มีขีดจำกัดอะไรเลยไม่ว่าจะเป็นทักษะหรือว่าฝีมือวัดกันที่ไอเดียอย่างเดียว


สิ่งที่ควรทำนอกจากการเคลื่อนไหวเรื่องการแอนตี้เราคิดว่าควรมีเพติชั่นเพื่อให้เสียงมันไปถึงผู้ผลิตว่าศิลปินไม่ได้ให้อนุญาตในการนำภาพไปใช้