พื้นฐานในการจัดการเงินอย่างแรกเลยก็คือให้เงินไหลเข้ามากกว่าเงินไหลออก เราถึงจะสำเร็จในเรื่องของการเงิน แน่นอนว่าคุณต้องมีประเภทของรายได้ การเข้าใจว่าเงินมาจากไหนบ้างนั้นสำคัญ และคุณจะรู้ความแตกต่างจะหว่าง รายได้ passive กับ รายได้ active

ทุกคนเริ่มต้นด้วยรายได้ active แต่สุดท้ายแล้วถ้าอยากให้เราได้รายได้อย่างยั่งยืนแล้ว เราจะต้องมีรายได้แบบ passive ไปด้วย

Active Income

พวกเราหลายๆคนคุ้นเคยกับรายได้ลักษณะนี้ มันมาจากการทำงานที่ต้องลงแรงของเราในการที่จะได้เงินมา ในพวกเราหลายๆคน มันอาจจะหมายถึงการทำงานประจำด้วย รายได้ active นั้นมาจากความพยายามในการที่จะสร้างเงินด้วยธุรกิจเสริม หรืออาจจะเป็นงานแปลกก็ได้ๆที่เรารับมาทำ หลายๆคนอาจจะดูถูกว่า active income เป็นแหล่งรายได้ที่แย่ แต่แท้จริงแล้ว ถ้าเราได้งานที่ดี และเป็นงานที่รัก ถือว่านั่นคือกำไรแล้วนะคะ
งาน active income เป็นรายได้ที่เราต้องตื่น ลุกขึ้นมาทำงาน เพื่อแลกเงินค่ะ ซึ่งหลายๆครั้ง รายได้แบบนี้ก็มีข้อเสียตรงที่ เมื่อเราหยุดทำงาน รายได้ก็จะหยุดไปด้วย อย่างกรณีของเรา ก็ทำงานสอนค่ะ งานสอนถือว่าเป็นงานที่สร้างรายได้แบบ active ค่ะ
สำหรับเหตุผลที่มันถูกเรียกว่า active เพราะเราต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง หลายๆครั้ง ก็ต้องใช้เงินและเวลา ถึงแม้ว่าคุณจะทำเงินโดยการนั่งอยู่ในออฟฟิศเฉยๆทั้งวัน คุณก็ยังรู้สึกว่าต้องลงแรง เพราะต้องออกไปทำงาน มีหน้าที่ๆต้องทำ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นอะไรที่เหนื่อยกาย มันอาจจะเป็นอะไรที่เหนื่อยใจก็ได้ แม้งานนั้นไม่ได้ท้าทายอะไรเลย ก็สามารถที่จะเรียกว่า active ได้เช่นกัน เพราะว่ามันเหนื่อยในการที่จะผ่านวันทำงานไปในสถานการณ์แบบนั้น

Passive Income

ในทางตรงกันข้าม passive income เป็นรายได้ที่คุณสร้างขึ้น โดยการให้เงินทำงานให้คุณหรือคุณสร้างระบบอะไรสักอย่างขึ้นมา หลายๆคนพิจารณา passive income ให้เป็นงานที่เกิดขึ้นจากการสร้างระบบในเวลาหนึ่ง และใช้การบำรุงรักษาน้อยมาก ในการที่จะทำให้รายได้คงที่ ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา แล้วติดโฆษณา มันใช้เวลาในการสร้างและความพยายามในการสร้าง แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปมันไม่จำเป็นที่คุณจะต้องใช้เวลามากมายอีกแล้ว เงินก็จะไหลเข้ากระเป๋าคุณอย่างง่ายดายโดยที่ใช้ความพยายามน้อยลงกว่าเดิมมาก หลังจากที่สร้างระบบเสร็จ
รายได้แบบนี้ สามารถมาจากการลงทุนได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น หรือพันธบัตร ซึ่งเป็นการลงทุนที่เป็นที่นิยม คุณได้ใส่เงินเข้าไปโดยอัตโนมัติ หรือเซ็ทการลงทุนให้เป็นอัตโนมัติ แล้วคุณได้รายได้จากเงินปันผลหรือดอกเบี้ย มันไม่มีอะไรมากคุณแค่ต้องเช็คดูว่าเงินนั้นทำงานอย่างที่คุณต้องการหรือไม่ เงินก็จะไหลเข้ามา โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรมากเช่นกัน
การเปลี่ยนจากรายได้ active เป็น passive จึงเป็นอะไรที่น่าลองทำดูและเป็นเป้าหมายที่มีคุณค่า เพราะมันจะทำให้คุณมีเวลาทำในสิ่งที่คุณรัก ให้แทร็ครายได้ของคุณ รวมไปถึงแทร็คการใช้จ่ายและดูว่าเราจะปรับปรุงกระแสเงินสดได้อย่างไรค่ะ

ทั้งนี้ passive income ไม่ได้ดีกว่า active income นะคะ มันเป็นรูปแบบการสร้างรายได้อีกแบบหนึ่งที่ ใช่ว่าจะมีไปตลอด ถ้าไม่ดูแลรักษาดีๆ หรือกระแสโลกเปลี่ยนไป passive income ที่มี อาจจะหายไปก็ได้ค่ะ ดังนั้นอย่าไปเชื่อคนว่าทำครั้งเดียวสบายตลอดชาติ เหนื่อยครั้งเดียวแล้วไม่ต้องทำอะไรเลยตลอดไป อะไรอย่างนี้นะคะ passive income ถ้าเรามี มันก็จะช่วยลดภาระในการหาเงินของเราได้ค่อนข้างมากทีเดียวค่ะ แล้วก็จริงๆเนี่ยการที่มี passive income ยังช่วยให้รายได้ของเราไม่หยุด เวลาที่เราป่วย หรือหยุดทำงาน ไม่ได้ทำงานแล้วอีกด้วย เพียงแต่มันก็ต้องดูแลรักษาแหล่งรายได้นั้นๆ ถ้าไม่ดูแลเลย แหล่งรายได้ที่มี มันอาจจะไม่ได้ทำรายได้ให้เราแล้วก็ได้ค่ะ
สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ความเข้าใจผิดของ passive income ได้ที่
คลิ้กลิงค์
แหล่งรายได้ของ passive income
  • รายได้จากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์
  • รายได้จากธุรกิจที่ไม่ต้องเอาตัวเราเข้าไปพัวพันกับระบบมันมาก
  • ดอกเบี้ย
  • รายได้จากลิขสิทธิ์ และทรัพย์สินทางปัญญา อย่างผลงานการประดิษฐ์ ซอฟแวร์ และอื่นๆ
  • รายได้จากค่าโฆษณา
  • รายได้จากเงินปันผลหุ้นและพันธบัตร (ในต่างประเทศไม่ถือว่าเป็น passive income แต่จะเรียกรายได้ประเภทนี้ว่า portfolio income
  • บำนาญ