หลายๆคนคงจะรู้ว่าเราวาดรูปไม่ได้เลยช่วงก่อนหน้านี้ ประมาณปี 2015 วาดแล้วแย่หมด เพราะมือสั่นมาก อยู่ที่เย็นๆแล้วสั่นมากๆๆๆๆ และกินยาที่ผลข้างเคียงเยอะกว่านี้ คือ Risperdal,Risperidone

มือสั่น สาเหตุ มาจาก ยารักษาโรค คือการใช้ยารักษาโรคที่ไปปิดกั้นสารเคมีในสมองที่ชื่อว่า โดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญ ในฐานะเป็นสารแห่งความสุข โดยยาเหล่านี้จะนำมาใช้ระงับอารมณ์หรือความรู้สึก ตัวที่ทำให้มือสั่น(ในตอนนี้)น่าจะเป็นลิเทียม

ผลข้างเคียงของลิเทียม แม้ระดับของลิเทียมในเลือดปกติ ก็อาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่เป็นอันตราย เช่น อาการ มือสั่น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักตัวเพิ่ม อ่อนเพลีย เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น ฯลฯ

เรากินลิเทียม แล้วต้องตรวจเลือด เดือนนี้ต้องตรวจอีกแล้ว วัดระดับลิเทียมในเลือด

ตอนนี้อาการมือสั่นบรรเทาลงบ้างแล้วค่ะ มีอยู่บ้างนิดๆหน่อยๆ

ตอนนี้ take Apalife(Abilify),Lithium และยานอนหลับอีกตัว ก่อนหน้านี้กิน Chronazepam ตอนนี้กิน Diazepam

ค่ายาแพงมากเคยจ่ายถึง 6000 บาทต่อเดือนด้วย

picture from major artblock

เราเคยรู้สึกรำคาญ สิ้นหวัง ตอนที่วาดรูปไม่ได้ ตอนที่มือสั่นมากๆ ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า อยากจะหายจากโรคไบโพลาร์ พยายามออกไปวิ่งทุกวัน วิ่งจนน้ำหนักลดลงมาเท่าเดิม ในปี 2015 ได้แล้วเรา ก็ยังวาดไม่ได้ดีเพราะพลังใจของเรามันหมด มันรู้สึกเหมือน เราอาจจะกลับมาไม่ได้อีกแล้วก็ได้ และเราอาจจะวาดรูปไม่ได้ดีอีกเลย พลังใจตกวูบแบบนี้ บวกกับมือสั่น ทำให้ผลงานของเราเป็นอย่างที่เห็น

ในขณะที่เราเฝ้ามองคนอื่นๆเติบโตในหนทางของตัวเอง เราได้แต่อิจฉาคนที่ปกติ และสามารถวาดรูปได้ปกติ ทำงานวาดภาพประกอบได้ตามปกติ เพราะสำหรับเรานั่นเป็น greatest gift แล้ว ไม่ต้องโด่งดังล้นฟ้าหรอก (ดังก็ดี…) ทำให้เรามีมุมมองต่อโลกเปลี่ยนไป คือ เราไม่ได้เอาเงิน เป็นตัววัด ความสำเร็จของคนอีกต่อไปค่ะ เงินมีเยอะๆก็ดี แต่ถ้าคุณต้องป่วย เจ็บไข้ และทำงานโดยไม่ใช้ชีวิตเลย = จน ค่ะ

การเอาชนะความคิดนั้นก็คือ อย่าพยายาม ตกเป็นเหยื่อ อย่าพยายาม ตกเป็นเป้าของสถานการณ์ โดยบอกว่า ช่วยไม่ได้ งั้นยอมรับชะตากรรมไปแล้วกัน เราฝืนวาด ทั้งๆที่วาดได้ไม่ดี คนในอินเตอร์เนทไม่เข้าใจ ก็ด่า ว่าเราวาดไม่เหมือนเดิม วาดห่วยลง และคำพูดที่ทำร้ายจิตใจต่างๆนานา แต่ตอนนี้ ต้องบอกว่าขอบคุณ คำพูดเหล่านั้นที่ทำให้ฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

My recovery
เราเริ่มกลับมาวาดรูปได้จริงๆ เมื่อสองปีที่แล้ว รูปนี้คือหนึ่งในภาพที่เริ่มกลับมาได้ เป็นความรู้สึกที่ดีมาก ถ้าใครอยู่ใน messenger และเป็นเพื่อนเรา เราก็จะส่งความคืบหน้าให้ดูอยู่เสมอๆ แม้จะไม่ถึงขนาด top form แบบเดิม แต่เราก็เดินหน้าเรื่อยๆ และไม่หยุดวาดรูป และสุดท้ายเรามีความเชื่อว่า เราเก่งกว่าตัวตนเราในอดีตเยอะมากแล้วจริงๆ แค่ไม่ได้ปล่อยฝีมือออกมาสุดแรง

สิ่งที่สำคัญก็คือ วาดรูปให้เหมือนพรุ่งนี้จะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว อยากบอกอะไรโลกนี้ผ่านทางภาพวาด อยากทิ้งอะไรให้โลกจำ อยากให้คนมางานเรา พูดถึงเราว่าอะไร? ก็ใช้ชีวิตแบบนั้น

สำหรับคนที่ท้อถอย ชีวิตมันมีครั้งเดียว อย่าเสียเวลา กับการเสียใจ ในสิ่งที่ไม่ได้ทำค่ะ

และนี่คือหนึ่งในงานล่า่สุดค่ะ