สิ่งที่สำคัญของนักวาดและอาชีพฟรีแลนซ์อื่นๆคือ....

คุณต้องเรียนรู้เรื่องอื่นๆนอกเหนือไปจากการฝึกวาดรูป เพราะถ้าคุณไม่ทำ โลก
นี้จะบังคับให้คุณต้องเรียนรู้เองค่ะ
การเป็นฟรีแลนซ์นั้นแนวคิดสำคัญมากค่ะ เพราะแนวคิดจะเป็นตัวกำหนดความ
เชื่อภายในของคุณ ความเชื่อภายในของคุณจะเป็นตัวกำหนดการกระทำของคุณ
และการกระทำของคุณจะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ในชีวิตของคุณค่ะ เพราะฉะนั้นการ
ที่คุณจะเป็นฟรีแลนซ์ดาวรุ่ง พวก Rockstar หรือ==>ฟรีแลนซ์ที่ไม่ไส้แห้ง คุณจะ
ต้องเปลี่ยนแนวคิดให้ได้ก่อน
ไคล์ ทัลลี่ เป็นฟรีแลนซ์ก็อปปี้ไรต์เตอร์,นักการตลาดทางอินเตอร์เนทและโค้ช
ทางธุรกิจ นักเรียนของเขาคนหนึ่งเป็นฟรีแลนซ์ ถามคำถามว่าอะไรมาก่อนระหว่าง
เงินหรือแนวคิด เราต้องเชื่อก่อนเราถึงจะได้รับหรือเปล่าหรือการที่เราได้รับนั้น
สร้างความเชื่อให้เกิดขึ้น ทัลลี่ตอบว่า “โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นทั้งสองอย่าง แต่
ทุกๆการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ในรายได้ล้วนมาจากการเปลี่ยนแปลงความคิดก่อน
ทั้งสิ้น”
เรื่องแรกเลยที่คนส่วนมากทางสายอาร์ทหรือไม่อาร์ทก็ตามไม่ประสบความ
สำเร็จ เพราะไม่พยายามมองในแง่”ธุรกิจ”ของด้านนั้นๆเลย เพราะคุณมองว่าคุณ
ไม่ใช่นักธุรกิจ Walt Disney ก็ไม่ใช่นักธุรกิจเหมือนกัน เขาเป็นนักเขียนการ์ตูนอ
นิเมชันที่มีความเข้าใจธุรกิจ และต้องทำให้สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาอยู่ได้ ความสำเร็จ
ของคุณจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความเข้าใจมุมมองในแง่ธุรกิจ การที่คุณไม่
พยายามมองในแง่มุมธุรกิจ หรือหลีกเลี่ยงการขาย การตลาด โอกาสสูงมากที่คุณ
จะไส้แห้ง หรือไม่ก็เป็นลูกจ้างอย่างเดียว(ซึ่งก็ไม่ผิด มันแล้วแต่หนทางคน) คุณ
ต้องหาอย่างอื่นทำควบคู่ไปถ้าคุณไม่อยากไส้แห้ง ในกรณีที่คุณไม่อยากเรียนรู้
เรื่องธุรกิจ แต่ถ้าคุณอยากเป็นพวกฟรีแลนซ์ดาวรุ่ง คุณต้องเริ่มศึกษาแง่มุมธุรกิจ
ของสิ่งที่คุณทำ คนเก่งๆเขามีวิธีการขายงานยังไง,คนที่งานเยอะๆเขามีวิธีหางานยัง
ไง,อะไรที่ทำให้คนพวกนั้นแตกต่างจากคุณ,คนที่ดังๆในวงการเขามีวิธีการในการ
โปรโมทผลงานตัวเองยังไง คนที่ทำงานได้ค่าตัวสูงๆเขามีวิธีการยังไง เรามาดู
แนวคิดที่จะทำให้คุณเป็นฟรีแลนซ์ดาวรุ่งกันค่ะ
แนวคิดที่ 1 ลงทุนในความสำเร็จของคุณ
การลงทุนในตัวเองนั้นให้ผลตอบแทน 1000% เสมอค่ะ นั่นก็คือเรื่องของการ
ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และความรู้นั้นไม่ใช่ว่าคุณต้องไปเรียนปริญญาอีกใบ
เสมอไป แต่เป็นความรู้เฉพาะทางที่หาไม่ได้ในหนังสือ นอกจากการเรียนหรือ
สัมมนาเท่านั้น หรือว่าจะอ่านหนังสือเอาก็ได้เช่นกันค่ะ คุณจะได้แนวคิดต่างๆที่นำ
มาใช้ได้ แต่ต้องประยุกต์นะคะเพราะบางทีอ่านหนังสือฝรั่งแล้วไม่เข้ากับสังคมบ้าน
เราก็มี
สำหรับเรา เราไม่ค่อยอยากลงเรียนคอร์สที่มีภาระผูกพันและราคาสูง(หมายถึง
ต้องเข้าไปเรียนและทำการบ้านตามเวลาเนื่องจากเราไม่มีเวลาพอ แต่ถ้ามีเวลาก็
อยากเรียนค่ะ) ส่วนมากเราจึงศึกษาจากเว็บ Udemy,Craftsy พวกนี้มีวิชาหลาก
หลายให้ศึกษา โดยไม่บังคับเรื่องการบ้าน นอกจากนี้เราก็ซื้อพวกดีวีดีสอนเป็น
ประจำค่ะ
วิธีก็คือ สมัครสมาชิกกับนิตยสารที่เกี่ยวข้องกับวงการที่คุณอยู่ทั้งไทยและเทศ
คุณจะรู้ว่าลูกค้าคุณอ่านอะไรบ้าง และอีกอย่างคือ ลงทุนในเครื่องมือที่ช่วยให้คุณ
ทำการตลาดงานวาดหรืองานบริการของคุณได้ง่ายขึ้น มีบทความจำนวน
มาก,หนังสือ,อีบุ๊ค,สัมมนา ในส่วนของการทำการตลาดงานฟรีแลนซ์ของคุณ บาง
อันก็ดีบางอันไม่ดี ตาดีได้ตาร้ายเสียเพราะฉะนั้นดูกันดีๆนิดนึงก่อนจะซื้ออะไร
ก็ตามค่ะ หาสิ่งเหล่านี้และซื้ออันที่คิดว่าคุณชอบ และลองเทคนิคที่คุณค้นพบ
สิ่งที่สำคัญพอกันคือลงทุนในหนังสือและหนังสือเสียง(ซื้อได้จากพวกเว็บ
Audible)ที่ช่วยสนับสนุนแนวคิดที่ 2
แนวคิดที่ 2 พัฒนาความเชื่อที่ไม่สั่นคลอนในตัวคุณ
ความเชื่อนั้นสำคัญมากค่ะ ความเชื่อเปรียบกันว่าสามารถเคลื่อนหินผาได้ที
เดียว นอกจากคุณมีแนวคิดที่ดี มีความรู้ที่ดี คุณต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองที่เชื่อ
ในศักยภาพของตัวเองว่าตัวเองเก่งและไม่ได้ด้อยไปกว่าคนอื่นๆ เพราะถ้าคุณเชื่อ
มั่นในตัวเอง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะใหญ่แค่ไหน คุณจะหาทางทำมันจนได้
คุณต้องเชื่อก่อนว่าคุณจะสำเร็จ เรารู้ว่านี่เป็นคำพูดเฝือๆแล้ว แต่ว่าการระลึก
ข้อนี้ได้เป็นจุดหนึ่งที่ตัดสินได้เลยว่าคุณจะประสบความสำเร็จในเป้าหมายชีวิต
ของคุณหรือไม่และระลึกศักยภาพที่แท้จริงของคุณหรือเปล่า สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณ
สามารถทำได้คือฝังภาพดีๆและความคิดบวกลงไปในหัวของคุณ แนะนำหนังสือ

Positive thinking ของ Norman Vincent Peal ค่ะ ลองไปหาอ่านดู เป็นหนังสือ

คลาสสิค การคิดบวกไม่ใช่การหลอกตัวเองแต่เป็นการทำให้คุณมีความเชื่อมั่นใน
ตัวเองและสลัดความคิดลบออกไป เพราะความคิดลบจะทำให้คุณเฉื่อยชาในชีวิต
เพื่อที่จะสร้างความเชื่อที่ไม่สั่นคลอน คุณควรอ่านเรื่องราวของคนที่ประสบความ
สำเร็จจากการไม่มีอะไรเลย เช่น นโปเลียน ฮิลล์,เอิร์ล ไนติงเกล,แม่ชี เทเรซา,โอ
ปราห์ วินฟรีย์,สตีเวน สปีลเบิร์ก,เจเค โรล์ลิ่ง คนเหล่านี้มาจากการไม่มีอะไรเลย
และเอาชนะฟันฝ่าอุปสรรคในสิ่งที่คนอื่นคิดว่าทำไม่ได้
อ่านหนังสือเหล่านั้น อ่านซ้ำๆ ซื้อหนังสือมือสองถ้าเรื่องเงินเป็นปัญหา ดูจาก
ห้องสมุดถ้าหากคุณต้องทำ อย่าคิดว่าการต้องมีความเชื่อนั้นเป็นเรื่องโหลๆที่ใครๆ
ก็พูดกัน สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องมีความเชื่อก่อน
นั่นคือแนวคิดจากเอ็ดและถ้าคุณเชื่อคำพูดของเขา คุณพร้อมที่จะไปยังแนวคิด
ที่ 3
แนวคิดที่ 3 คาดไว้เลยว่าความเชื่อมั่นในตัวเองของคุณจะถูกทดสอบ
ความเชื่อมั่นของคุณจะถูกทดสอบเข้าสักวันนั่นก็คือวันเวลาที่อะไรไม่เป็นอย่างที่
ใจคุณคิดเสมอไป คุณจะถูกทดสอบหลายรูปแบบ ลูกค้าไม่จ่ายเงิน,โดนตีกลับงาน
หรือว่าโดนเอาไปนินทาเสียๆหายๆ โดนเลย์ออฟ,งานเยอะจนทำไม่ทัน
คุณจะมีความสงสัยในตัวเอง คุณจะพบวันเวลาที่ไม่รู้ว่าจะทำสิ่งที่ควรทำได้หรือ
ไม่ เมื่อเวลานั้นมาถึงให้ระลึกว่าช่วงเวลาเหล่านั้นไม่ได้อยู่ตลอดไป มันจะผ่านพ้น
ไปในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวันที่ร้ายหรือดี และอย่ารีบหนีมัน การพยายามผ่านพ้นเวลา
ที่แย่เรามักจะได้อะไรกลับมาเสมอ ในการค้นพบตัวเอง จำสิ่งที่วินสตัน เชอร์ชิลล์
พูดไว้ว่า “ถ้าคุณกำลังไปนรกจงฝ่ามันไป” มันมักจะเป็นเวลาที่เราถูกท้าทาย,สิ้น
หวัง และสุดท้ายเราก็ค้นพบว่าตัวเราแข็งแกร่งขึ้น ด้วยจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจน
ขึ้น ซึ่งจะทำให้แนวคิดที่ 4 นั้นเป็นไปได้
แนวคิดที่ 4 ซึมซับความรู้สึกสำเร็จเมื่อมันมาถึง
เมื่อคุณรู้สึกมีความสุขกับความสำเร็จเล็กๆน้อยๆในธุรกิจฟรีแลนซ์ของคุณ,รับรู้
และซาบซึ้งในความสำเร็จ เมื่อตารางงานของคุณเต็มไปด้วยงานที่คุณอยากทำ
เมื่อคุณได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ลงในงานของคุณ และเมื่อเงินไหลมาเทมา
คุณควรใช้เวลาในการดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้มากที่สุด
สังเกตุว่าคุณรู้สึกอย่างไรในวันเหล่านั้น เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของ
คุณ สังเกตุเลยว่าประสิทธิภาพในการทำงานคุณสูงในขณะที่ความเครียดคุณต่ำ
มันเป็นเพราะคุณรักงานของคุณและได้เงินด้วย ในที่สุด คุณต้องการความรู้สึกนี้
มากขึ้นๆ นั่นก็คือสิ่งที่ฟรีแลนซ์ดาวรุ่งเป็น และสนุกกับความสำเร็จ คุณจะมีแรง
กระตุ้นสูงในการสร้างธุรกิจฟรีแลนซ์ของคุณในขณะที่ความรู้สึกเหล่านั้นเป็นเรื่อง

ธรรมดา ไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูบเท่านั้น