หลังๆเราไม่ค่อยมีความเชื่อเรื่อง’ทฤษฎีความพยายาม’

หลังๆเราไม่ค่อยมีความเชื่อเรื่อง’ทฤษฎีความพยายาม’ใครเชื่อหยุดอ่านตั้งแต่ตอนนี้จะดีค่ะ

หรือถ้าอยากฟังความคิดที่แตกต่างก็เชิญได้เลย.สำหรับเราแล้วความพยายามอยู่ที่ไหนความพยายามอยู่ที่นั่นค่ะ.สังเกตไหมต้นไม้ไม่ต้องพยายามที่จะเติบโตน้ำฝนไม่ได้พยายามที่จะลงมาพระอาทิตย์ไม่ได้พยายามที่จะเคลื่อนตัวจากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตกไก่ไม่ได้พยายามจะคุ้ยเขี่ยอาหารนกไม่ได้พยายามจะบินมันแค่เป็นอย่างนั้น’โดยธรรมชาติ’.

มันหมายความว่ายังไง?ถ้าคุณพยายามที่จะเป็นอะไรคุณไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นสิ่งนั้น.โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราแก่จนอายุจะ 40 อยู่แล้วเนี่ยเรายิ่งไม่เชื่อเรื่องความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น.มีหลายคนในโลกที่พยายามแล้วแต่ก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นไม่ว่าจะเป็นพยายามผิดทางหรือพยายามในสิ่งที่ไม่ใช่และบางคนพยายามมาทั้งชีวิตก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่พยายามนั้นคือสิ่งที่ถูกหรือไม่ถูก.

เพราะความพยายามเราเชื่อว่ามันเท่ากับการสวนทางความฝืดหรือ friction ความพยายามคือการที่เราพยายามจะสวนสิ่งที่เป็นธรรมชาติในแนวคิดของเรา.ถ้าใครพยายามก็ยินดีด้วยค่ะก็ทำต่อไปนะไม่ได้ว่าอะไรความเชื่อของคนเราไม่เหมือนกัน.ตอนเด็กๆเราก็เคยพยายามมาก…มากจนป่วยแล้วก็คิดว่าเรากำลังพยายามจน’ฝืนธรรมชาติ’อยู่.

แต่เรามักจะเชื่อว่า go with the flowหรือ principles of least effortนั่นคือว่าสไตล์ไหนได้เร็วทำสไตล์ไหนได้ดีทำต่อไปทำอะไรได้ดีทำต่อไปทำอะไรได้ง่ายทำต่อไปเพราะมันไม่ฝืนธรรมชาติค่ะ.หรือง่ายๆคือการไปพร้อมๆกับธรรมชาติของตัวเรา.เหมือนความรักนั่นแหละถ้าต้องพยายามแปลว่า ไม่ใช่.